"ไทย" เสี่ยงเป็นประเทศที่ถูกลืม เศรษฐกิจโตช้า กระทบปากท้องประชาชน
ทีดีอาร์ไอ ห่วงเศรษฐกิจโตช้า กระทบปากท้องประชาชน ชี้หากไม่เปลี่ยนแนวทางการพัฒนาประเทศใหม่ เสี่ยงเป็นประเทศที่ถูกลืม คนไทยหมดหวังย้ายออกนอกประเทศ
ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจท่ามกลางความผันผวนจากสงครามการค้าว่า ในสภาพแวดล้อมการค้าโลกที่เปิดกว้างในอดีต ประเทศไทยเคยประสบความสำเร็จอย่างมากในการสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยการส่งออก
แต่ปัจจุบันทุกประเทศทั่วโลกต่างต้องเผชิญกับสงครามการค้าจากการที่รัฐบาลสหรัฐฯ จัดเก็บภาษีศุลกากรกับประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทยในระดับที่สูง
ดังนั้น หากไทยไม่ปรับโมเดลการพัฒนาประเทศใหม่ อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจะช้าลงเรื่อย ๆ ตามที่มีการคาดการณ์ว่าในปี 2568-2569 นี้เศรษฐกิจจะโตไม่ถึง 2 % และอาจจะเติบโตต่ำที่สุดในเอเซียรองจากญี่ปุ่น
อีกด้านหนึ่งหากไทยมีอัตราการเติบโตเศรษฐกิจที่ช้าลง ในขณะที่จำนวนผู้สูงอายุในประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้ประเทศเกิดความเสี่ยงที่จะไม่มีงบประมาณเพียงพอสำหรับสวัสดิการผู้สูงอายุ การรักษาพยาบาล และการยกระดับคุณภาพการศึกษาได้ นอกจากนี้การทำมาหากินของประชาชนยังจะฝืดเคือง
โดยกลุ่มคนที่จะได้รับผลกระทบเร็วที่สุดภายใต้โครงสร้างที่มีความเหลื่อมล้ำมาก คือ กลุ่มคนที่มีได้น้อย ซึ่งที่ผ่านมาก็รับผลกระทบกันไปบ้างแล้วจนวันนี้ปัญหาลามไปถึงกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมทั้งกลุ่มคนชั้นกลาง
เสียงบ่นดังขึ้นเรื่อย ๆ ว่ารายได้ไม่พอกับรายจ่าย ธุรกิจเงียบเหงา ทำมาค้าขายไม่ค่อยดี สุดท้ายจะหนีไม่พ้นที่จะกระทบกับคนทุกกลุ่มในประเทศ หากเราไม่ทำอะไรเลย เราจะไม่ฟื้นจากเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ตลาดหุ้นที่อยู่ในภาวะซบเซาก็จะซบเซาต่อไป ประเทศไทยก็จะกลายเป็นประเทศอีกประเทศหนึ่งที่ถูกลืมไป เป็นสิ่งที่คนไทยคงไม่อยากเจอ และประชาชนคนไทยจำนวนหนึ่งที่ไม่เห็นความหวังทางเศรษฐกิจก็อาจจะย้ายออกไปทำมาหากินที่ต่างประเทศแทน
ดร.สมเกียรติ ระบุว่า โจทย์สำคัญคือ คนไทยจะทำมาหากินต่อไปในอนาคตกันอย่างไรท่ามกลางสงครามการค้า และการทะลักเข้ามาตีตลาดไทยของสินค้าจากต่างประเทศ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตไปได้มากกว่านี้ และกลับไปยืนในอัตราการเติบโตอยู่ที่ 4-5% ไม่ติดกับดักรายได้ปานกลางอย่างที่เป็นอยู่
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB